รีวิว La Casa de Papel 

Moviebkkเมษายน 13, 2020

รีวิว La Casa de Papel

เดินทางมาถึงซีซั่นที่ 4 หรือแท้จริงจำเป็นต้องกล่าวว่าภาคที่ 4 แล้วครับผม สำหรับ “La Casa de Papel” หรือในชื่อที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษเป็น “Money Heist” ซีรีส์ชนชาติประเทศสเปนที่สนุกสนานเข้มข้นมากเพิ่มขึ้นเหมือนกับเรื่องราวที่เริ่มจะเกินเลยขึ้นเรื่อยจากการปล้นโรงกษาปณ์เพื่อทวงหนี้ความเที่ยงธรรมให้คนเล็กๆที่ถูกละเลยรวมทั้งสานความฝัน ให้บิดาของศ.จ.ที่ถูกทำร้ายโดยระบบในสองพาร์ทแรก เปลี่ยนเป็นเป็นชิงทรัพย์ธนาคารกลางประเทศสเปนเพื่อลักขโมยทองท้าระบบเมืองราชการในสองพาร์ทข้างหลังเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วขอรับ

 

จำต้องบอกก่อนว่าแต่ก่อนซีรีส์หัวข้อนี้ถ่ายทอดทางเเค่เพียงบางช่อง Antena 3 ในประเทศสเปนด้วยปริมาณความยาว 15 ตอนครับผม แต่ว่าบรรลุผลสำเร็จมากมายกระทั่ง Netflix ซื้อมาถ่ายทอดทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตัวเองในชื่อ “Money Heist” และจากนั้นก็ตรอกออกเป็นสองพาร์ทแรก (1-2) ก่อน แล้วตามมาด้วยสองพาร์ตข้างหลัง (3-4)

 

ถ้ามองดูกันในภาพรวมก็นับว่า “La Casa de Papel” เป็นซีรีส์ที่สนุกสนานเข้มข้นเยอะขึ้นเรื่อยๆเท่าที่ผมมองมา เว้นเสียแต่ตอนต้นของพาร์ทที่ 3 ซึ่งผมว่าพอมองแล้วก็น่ารำคาญไปหน่อย (ความคิดเห็นส่วนตัวครับผม) แม้กระนั้นพ้นไปแล้วหลังจาก เส้นเรื่องของซีรี่ส์นี้พุ่งทะยานมากมาย เเละสนุกสนานไปกับการฟาดฟันกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับแนวทางของศ.จ. ดวลกันที่กึ๋นและก็ความฉลาดแล้ว ยังบันเทิงใจไปกับเส้นเรื่องของความสัมพันธ์ที่โยงใยกันไปกันมา มีทั้งยังรักๆเลิกๆมีรักสามเส้า รักที่แก้ไขให้กัน แนวทางการทำเพื่อผู้ที่รักเปรียบเสมือนคนภายในครอบครัว รวมถึงการเปิดเผยความเป็นคนได้อย่างถ่องแท้รวมทั้งมีมิติ+

มีตัวละครหนึ่งซึ่งผมว่าน่าพึงพอใจมากมาย แล้วก็เป็นตัวละครที่ผมอีกทั้งถูกใจแล้วก็ชิงชัง โน่นคือ อาร์ตูโร่ (เอ็นริเก อาร์เค) ผู้ที่เป็นผู้อำนวยการโรงกษาปณ์ในสองภาคแรกแล้วก็เป็นตัวรับรองในสองภาคข้างหลัง ผมมีความคิดว่าว่านี่เป็นตัวละครที่เปิดเผยอุปนิสัยดิบของคนเราเยอะที่สุด เนื่องจากมีทั้งยังเห็นแก่ตัว คิดแต่ว่าจะบั่นทอน กัดรับประทานเพื่อนมนุษย์ร่วมกันได้อย่างเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมเยอะที่สุดเลยคะครับผม เท่าที่ผมมอง ผมรู้สึกว่านักแสดงของ อาร์ตูโร่ นี่เกือบจะเป็นผู้เดียวในเรื่องที่มีสิ่งจูงใจสำหรับในการทำสิ่งต่างๆในเรื่องแบบไม่มีอะไรที่ดีเลยแม้กระทั้งครั้งเดียว เมื่อเทียบกับนักแสดงอื่นๆแม้กระทั้งนักแสดงที่เป็นมิจฉาชีพ เป็นตำรวจเหี้ยมโหด หรือผู้ที่สร้างความวุ่นวายต่างๆอาร์ตูโร่ ก็เลยเป็นผู้แทนด้านไม่ดีของผู้คนที่มารวมๆไว้ภายในที่เดียวกัน ขนาดผู้แสดงอย่าง เมืองโตเกียว (เอ้อร์ซูลา คอร์เบโร) ที่ว่าน่าเบื่อหน่ายมากมายแล้ว ผมว่า อาร์ตูโร่ ยังห่วยแตกกว่า

 

ด้วยเหตุว่าซีรีส์ยังไม่จบครับ และไม่มีท่าทีว่าจะจบลงกล้วยๆด้วย เท่าที่ผลตอบรับของผู้ชมยังเป็นไปในทางบวก ผมว่า อเล็กซ์ พีท้องนา ซึ่งเป็น executive producer และก็คณะทำงานคงยังรักษามาตรฐานความเพลิดเพลินให้ “La Casa de Papel” ไปได้ต่ออีกครู่หนึ่ง เนื่องจากว่ายังมีความน่าจะเป็นอีกหลายทางอยู่แบบเดียวกันสำหรับในการหาทางออกให้กับหมู่คณะชิงทรัพย์ของศ.จ.ได้ไปต่อ แม้ว่าจะมองอวดๆอัศจรรย์บ้างก็ตาม (แต่ว่าซีรีส์มันก็เป็นแบบงี้ไม่ใช่หรอนะครับ) ผมก็มีความรู้สึกว่าการหาบทสรุปของซีรีส์หัวข้อนี้บางทีอาจจะยังไม่ถึงเวลา ยังเร็วเกินไป

 

แม้กระนั้นถ้าหากจะมอง “La Casa de Papel” ให้สนุกสนาน นอกเหนือจากความมันตื่นเต้นเอาใจช่วยฝ่ายชิงทรัพย์แล้ว ก็มีเนื้อหารายละเอียดของการพยายามท้าทายระบบที่ผูกขาดระบุโดยคนกลุ่มหนึ่งมาเป็นเวลายาวนาน มองการต่อสู้ของคนเล็กคนน้อย ผู้ที่ไม่มีจังหวะลืมตาอ้าปาก และก็มองความเป็นคน ค้นหาเนื้อแท้ที่การมีชีวิตอยู่ นี่แหละขอรับ ที่ “La Casa de Papel” มอบให้พวกเราได้ คนไหนกันแน่ยังไม่เคยมองผมชี้แนะให้มองเลยนะครับ แลกเปลี่ยนกับการอดนอนหลายคืนเลยทีเดียว